ส่งต่อธุรกิจครอบครัว

7 เรื่องที่ครอบครัวต้องตกลงกันก่อนส่งต่อธุรกิจให้ทายาท

การส่งต่อธุรกิจครอบครัวไม่ได้มีแค่การโอนหุ้น แต่คือการส่งต่ออำนาจ ความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์ในครอบครัวไปพร้อมกัน ครอบครัวที่ส่งต่อได้ราบรื่นมักเป็นครอบครัวที่ตกลงเรื่องสำคัญกันไว้ล่วงหน้า บทความนี้รวบรวม 7 เรื่องที่ควรตกลงให้ชัดก่อนส่งต่อธุรกิจ

1. ใครจะเป็นผู้นำคนต่อไป และเลือกอย่างไร

คำถามที่ยากที่สุดมักเป็นเรื่องนี้ หลายครอบครัวเลือกลูกคนโตโดยอัตโนมัติ แต่ทางที่ดีกว่าคือตกลงเกณฑ์ไว้ก่อน เช่น ประสบการณ์ ความสามารถ และการยอมรับจากพนักงาน รวมถึงตกลงว่าหากยังไม่มีทายาทที่พร้อม ครอบครัวจะเปิดให้ผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาหรือไม่

2. หุ้นจะแบ่งอย่างไร

การแบ่งหุ้นเท่ากันทุกคนดูยุติธรรม แต่อาจทำให้ตัดสินใจไม่ได้เมื่อผู้ถือหุ้นเห็นต่างกัน ครอบครัวควรคุยกันว่าทายาทที่ทำงานในบริษัทกับทายาทที่ไม่ได้ทำงานควรได้รับหุ้นหรือผลตอบแทนต่างกันหรือไม่ และอาจใช้วิธีแยกหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงกับสิทธิรับปันผลออกจากกัน ซึ่งต้องออกแบบโครงสร้างให้สอดคล้องกับกฎหมายบริษัท

3. ขายหุ้นให้คนนอกได้หรือไม่

หากไม่มีข้อจำกัด ทายาทคนใดคนหนึ่งอาจขายหุ้นให้บุคคลภายนอก ทำให้คนนอกเข้ามามีสิทธิในธุรกิจครอบครัว ครอบครัวควรตกลงว่าผู้ที่ต้องการขายต้องเสนอขายให้สมาชิกครอบครัวก่อน และกำหนดวิธีประเมินราคาที่เป็นธรรม ข้อตกลงนี้ควรนำไปกำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทหรือสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นจึงจะบังคับใช้ได้

4. ทายาทจะเข้ามาทำงานได้อย่างไร

การกำหนดเกณฑ์ให้ชัดช่วยลดความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม เช่น ต้องจบการศึกษาระดับใด ต้องมีประสบการณ์ทำงานภายนอกกี่ปี เริ่มจากตำแหน่งใด และได้รับค่าตอบแทนตามอัตราตลาดหรือไม่ เกณฑ์เหล่านี้ควรใช้กับทายาททุกคนเหมือนกัน

5. เขยและสะใภ้มีบทบาทแค่ไหน

เป็นเรื่องที่หลายครอบครัวไม่กล้าพูด แต่มักเป็นต้นเหตุของปัญหา ครอบครัวควรตกลงว่าเขยและสะใภ้ถือหุ้นได้หรือไม่ ทำงานในบริษัทได้หรือไม่ และหากมีการหย่าร้าง หุ้นจะจัดการอย่างไร ทั้งนี้ ควรพิจารณาร่วมกับกฎหมายครอบครัวเรื่องสินส่วนตัวและสินสมรสด้วย

6. เงินปันผลและทรัพย์สินของครอบครัว

ทายาทที่ไม่ได้ทำงานในบริษัทมักคาดหวังเงินปันผล ขณะที่ทายาทที่บริหารอยู่ต้องการเก็บกำไรไว้ขยายธุรกิจ การกำหนดนโยบายปันผลไว้ล่วงหน้าช่วยลดความขัดแย้งนี้ได้ รวมถึงกติกาการใช้ทรัพย์สินร่วม เช่น บ้าน ที่ดิน หรือรถของบริษัท

7. เมื่อเห็นไม่ตรงกัน จะตัดสินอย่างไร

ไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหน ความเห็นต่างย่อมเกิดขึ้น ครอบครัวควรมีกลไกที่ตกลงไว้ก่อน เช่น ให้สภาครอบครัวพิจารณาก่อน หากยังตกลงไม่ได้ให้ใช้การไกล่เกลี่ย และหากยังไม่ได้ข้อยุติจึงใช้อนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นความลับและรวดเร็วกว่าการฟ้องร้องต่อศาล

นำข้อตกลงทั้งหมดไปทำเป็นธรรมนูญครอบครัว

เมื่อครอบครัวตกลงทั้ง 7 เรื่องได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรวบรวมเป็น ธรรมนูญครอบครัว และจัดทำเอกสารทางกฎหมายที่รองรับ ได้แก่ ข้อบังคับบริษัท สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และพินัยกรรม ให้สอดคล้องกันทั้งหมด เพราะธรรมนูญเพียงอย่างเดียวอาจบังคับใช้ไม่ได้ในทางกฎหมาย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ธรรมนูญครอบครัว vs พินัยกรรม

สรุป

การส่งต่อธุรกิจครอบครัวที่ราบรื่นเริ่มจากการพูดคุยเรื่องยากตั้งแต่วันที่ทุกคนยังคุยกันได้ ยิ่งตกลงกันเร็วเท่าไร ทางเลือกก็ยิ่งมาก และความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาทก็ยิ่งน้อยลง

ปรึกษาทนายเรื่องธรรมนูญครอบครัว

ทุกครอบครัวมีโครงสร้างธุรกิจ ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน หากต้องการวางกติกาครอบครัวให้ใช้ได้จริงในทางกฎหมาย ปรึกษาทีมทนาย Bangkok Business Law ได้ที่ 02-312-3789 หรือ LINE @bangkokbusiness ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการจัดทำธรรมนูญครอบครัว

บทความอื่นๆ