ธรรมนูญครอบครัว พินัยกรรม

ธรรมนูญครอบครัว vs พินัยกรรม ต่างกันอย่างไร ต้องมีทั้งคู่ไหม

หลายครอบครัวเข้าใจว่ามีพินัยกรรมแล้วก็เพียงพอสำหรับการส่งต่อธุรกิจ แต่พินัยกรรมตอบได้แค่คำถามว่า "ทรัพย์สินจะตกแก่ใคร" ไม่ได้ตอบว่า "หลังจากนั้นครอบครัวจะบริหารธุรกิจร่วมกันอย่างไร" ในทางกลับกัน ธรรมนูญครอบครัวก็ไม่สามารถทำหน้าที่แทนพินัยกรรมได้ บทความนี้จะเปรียบเทียบเครื่องมือทั้งสองอย่างให้เห็นชัด

พินัยกรรมคืออะไร

พินัยกรรมคือคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายของบุคคล กำหนดว่าเมื่อตนเสียชีวิต ทรัพย์สินจะตกแก่ใคร ในสัดส่วนเท่าใด และอาจตั้งผู้จัดการมรดกไว้ด้วย พินัยกรรมมีผลเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต และต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด เช่น พินัยกรรมแบบธรรมดาต้องทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน (ป.พ.พ. มาตรา 1656) หากไม่ทำตามแบบ พินัยกรรมอาจเป็นโมฆะ

ข้อควรระวังคือ ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1653) จึงควรเลือกพยานที่ไม่ได้เป็นผู้รับประโยชน์

ธรรมนูญครอบครัวคืออะไร

ธรรมนูญครอบครัวคือข้อตกลงที่สมาชิกครอบครัวร่วมกันจัดทำ กำหนดกติกาความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับธุรกิจ เช่น การถือหุ้น การเข้ามาทำงานของทายาท การเลือกผู้บริหาร และวิธีแก้ไขข้อขัดแย้ง ธรรมนูญมีผลตั้งแต่วันที่ครอบครัวตกลงร่วมกัน และใช้ต่อเนื่องไปหลายรุ่น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธรรมนูญครอบครัวคืออะไร

เปรียบเทียบธรรมนูญครอบครัวกับพินัยกรรม

หัวข้อธรรมนูญครอบครัวพินัยกรรม
ผู้จัดทำสมาชิกครอบครัวร่วมกันจัดทำเจ้าของทรัพย์สินทำเพียงคนเดียว
เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ตกลงกันเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิต
เรื่องที่กำหนดกติกาการอยู่ร่วมกัน การบริหารธุรกิจ การถือหุ้นทรัพย์สินตกแก่ใคร สัดส่วนเท่าใด
แบบตามกฎหมายไม่มีแบบเฉพาะต้องทำตามแบบที่ ป.พ.พ. กำหนด
ผลบังคับขึ้นอยู่กับการนำไปกำหนดในข้อบังคับบริษัทหรือสัญญามีผลตามกฎหมายหากทำถูกแบบ
การแก้ไขตามวิธีที่ธรรมนูญกำหนดผู้ทำพินัยกรรมเพิกถอนหรือทำฉบับใหม่ได้

ถ้ามีแค่พินัยกรรม จะเกิดอะไรขึ้น

สมมติผู้ก่อตั้งทำพินัยกรรมยกหุ้นบริษัทให้ลูกสามคนเท่ากัน เมื่อผู้ก่อตั้งเสียชีวิต ลูกทั้งสามคนจะเป็นผู้ถือหุ้นเท่ากัน แต่พินัยกรรมไม่ได้บอกว่าใครจะเป็นกรรมการผู้จัดการ หากลูกคนหนึ่งต้องการขายหุ้นให้คนนอกจะทำได้หรือไม่ หรือถ้าลูกสองคนเห็นไม่ตรงกันจะตัดสินอย่างไร คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ธรรมนูญครอบครัวและเอกสารที่รองรับต้องตอบ

ถ้ามีแค่ธรรมนูญครอบครัว จะเกิดอะไรขึ้น

หากครอบครัวตกลงในธรรมนูญว่าหุ้นจะส่งต่อให้เฉพาะลูกที่ทำงานในบริษัท แต่ผู้ก่อตั้งไม่ได้ทำพินัยกรรม เมื่อผู้ก่อตั้งเสียชีวิต หุ้นซึ่งเป็นทรัพย์มรดกจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับและสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 1629) ซึ่งรวมถึงคู่สมรสและทายาทที่ไม่ได้ทำงานในบริษัทด้วย ผลที่ได้จึงอาจไม่ตรงกับที่ครอบครัวตกลงกันไว้

ควรทำทั้งคู่ และต้องไม่ขัดกัน

คำตอบคือครอบครัวที่มีธุรกิจควรมีทั้งธรรมนูญครอบครัวและพินัยกรรม โดยให้เนื้อหาสอดคล้องกัน เช่น

  • ธรรมนูญกำหนดว่าหุ้นต้องอยู่ในสายเลือด พินัยกรรมก็ต้องยกหุ้นให้ทายาทสายเลือด ไม่ใช่คู่สมรส
  • ธรรมนูญกำหนดผู้สืบทอดตำแหน่ง พินัยกรรมก็ควรจัดสรรหุ้นให้ผู้สืบทอดมีสิทธิออกเสียงเพียงพอ
  • ข้อบังคับบริษัทกำหนดข้อจำกัดการโอนหุ้นให้ตรงกับธรรมนูญ

เอกสารทั้งหมดนี้ควรจัดทำหรือทบทวนพร้อมกันโดยทนายความ เพื่อไม่ให้ขัดกันเอง ดูรายละเอียดเรื่องพินัยกรรมและการจัดการมรดกได้ที่ บริการกฎหมายมรดก

สรุป

ธรรมนูญครอบครัวกำหนดว่าครอบครัวจะอยู่ร่วมกันและบริหารธุรกิจอย่างไรในวันนี้ ส่วนพินัยกรรมกำหนดว่าทรัพย์สินจะไปอยู่กับใครเมื่อถึงเวลา ทั้งสองอย่างทำงานคู่กัน และต้องเขียนให้สอดคล้องกันจึงจะส่งต่อธุรกิจได้ตามแผน

ปรึกษาทนายเรื่องธรรมนูญครอบครัว

ทุกครอบครัวมีโครงสร้างธุรกิจ ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน หากต้องการวางกติกาครอบครัวให้ใช้ได้จริงในทางกฎหมาย ปรึกษาทีมทนาย Bangkok Business Law ได้ที่ 02-312-3789 หรือ LINE @bangkokbusiness ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการจัดทำธรรมนูญครอบครัว

บทความอื่นๆ